สาระของไก่ชน สังเวียนของสัตว์สองขา

วันนี้จะมาพูดคุยสาระเกี่ยวกับไก่ชน เพราะหลายบทความที่ผ่านมาเราพูดถึงแต่คาสิโนเป็นหลักไปมากมายแล้ว จนมีผู้อ่านหลายท่านแจ้งมาว่าอยากทราบสาระเกี่ยวกับไก่ชนบ้างว่าเป็นอย่างไรบ้างมาดูกัน ไก่ชน ไทยเป็น มรดกของไทย มาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือพันธุ์ ประดู่หางดำ และ เหลืองหางขาวนี่คือสายพันธ์แบบดังเดิมจริง ๆ เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้กับอินเดีย จึงทำให้ไทยได้รับขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนา ไก่ชน เข้ามาก่อนที่อังกฤษจะนำ ไก่ชน ไปจากอินเดีย ทั้งนี้เนื่องจากว่า สมเด็จพระนเรศวรฯ ได้ทรงใช้ ไก่ชน เป็นเสือนเครื่องเชื่อมสัมพันธ์แต่อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นไปได้ที่ ไก่ชน ของไทยมีมานานก่อนแล้ว ซึ่งใครก็ทราบกันดีอยู่แล้วตามประวัติศาสตร์

ต่อมาเล่าก็จะได้ยินเรื่องไก่ชนตามวรรณคดีต่าง ๆ หลายเรื่องจนกระทั่งมาถึง ยุคสมัยเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย ( จอมพล ป. พิบูลสงคราม ) ทำการผสมพันธุ์กับ ไก่ชน ที่ชาวบ้านเลี้ยงกันอยู่จนกระทั่งกลายเป็นไก่พันทาง ยังประกาศให้เลิกเลี้ยง ไก่ชน อีกด้วย ทำให้วงการไก่ชนของไทยซบเซาลงไป ครั้นถึงรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการฟื้นฟู กีฬาไก่ชน ขึ้นมาอีกจนกระทั่งทุกวันนี้พูดไปก็แทบจะไม่หลงเหลือกันเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าพูดถึง ณ ปัจจุบันก็มีการทำให้เป็นที่รู้จัก และถูกกฎหมายกันจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาทกันเลยที่เดียวก็ว่าได้ จนปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนสามารถมีการเล่นเดิมพันผ่านทางเว็บออนไลน์มากมายหลากหลายวิธีกันเลยทีเดียว ต่างเว็บก็จะมีรูปแบบการเดิมพันที่แปลกและแตกต่างกันออกไป

การเล่นแบบเดิมพันปกติมันจะค่อนข้างใช้กับ การเล่นต่อรองไก่กำหนดราคาต่อรองไก่ชน และ การเล่นเดิมพันปกติ เรตราคาต่อรองไก่อยู่ที่ 1 ต่อ 1 นั่นเองถ้าหากว่าวันนั้นไม่ไกลตัวไหนชนะ หรือพนันแม่ไก่ตัวไหนแพ้ ผลพนันดังกล่าวเป็นไปตามที่ตนเองขนาดนั้นตนเองก็จะได้เงินของคู่ต่อสู้มาใช้ หรือว่าเงินเดิมพันในการต่อสู้นั่นเองซึ่งเงินเหล่านี้ก็เกิดจาก การตกลงของนักพนันทั้ง 2 ที่ได้ตกลงกัน ซึ่งปัจจุบันนิยมเล่นกันแบบ 1 ต่อ 1 เพราะการตัดสินจะง่ายและเห็นผลได้ชัดเจนมาก ส่วนการต่อรองแบบอื่นบนเว็บพนัน fifa 55 แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ที่เปิดให้เดิมพันไก่ชน จะขึ้นอยู่กับการตกลงกันข้างสนามก่อนลงเดิมพันเสมอ โดยจะต้องมีคนกลางเป็นผู้ดำเนินรายการ ส่วนที่เราเห็นแบบออนไลน์นั่นจะเน้นผลจากข้างสนามเป็นหลักโดยมีการถ่ายทอดคู่ที่กำลังแข่งเหมือนมวยไทยเลยก็ว่าได้

วิธีดูลักษณะของไก่ชนสายพันธุ์ดี ของคนโบราณ

สำหรับคนในยุคปัจจุบันที่ชื่นชอบไปกับการเลี้ยงไก่ชน การค้นหาไก่สายพันธุ์ดีมาครอบครอง ในบางครั้งอาจจะต้องใช้เงินหรือต้นทุนที่สูงเป็นหลัก เพื่อเลือกซื้อไก่ที่มีดีกรี ขึ้นชื่อว่าสายพันธุ์ดีและเป็นไก่ที่เก่งจริงมาครอบครองเท่านั้น แต่สำหรับคนโบราณจะไม่ใช้หลักการเช่นนี้ ซึ่งพวกเขาจะคัดเลือกไก่สายพันธุ์ดี และ เป็นไก่ที่เก่งจริงจากการคัดเลือก ด้วยการตรวจดูลักษณะของไก่ตามส่วนต่าง ๆ ของไก่เป็นหลัก โดยเฉพาะ การตรวจดูรูปทรงของแข้งไก่ หรือ ขาไก่ และ การตรวจดูเกล็ดบริเวณแข้งหรือขาไก่ หากมีลักษณะดีตรงต่อความเชื่อที่ถูกบอกขานต่อ ๆ กันมา ไก่ตัวนั้นจะมีดีกรีและดูเป็นไก่สายพันธุ์ดี มีมนต์ขลังเป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการดูลักษณะของไก่สายพันธุ์ดี ตามความเชื่อของคนโบราณ ด้วยสองสิ่ง ดังนี้

การคัดเลือกไก่ชนสายพันธุ์ดี

1.คนโบราณ จะมีการดูรูปทรงแข้งหรือขาไก่ หากเป็นการคัดเลือกสายพันธุ์ไก่ชนที่ดีจริง เด่นจริง คนโบราณมักจะตรวจดูลักษณะของไก่ตามความเชื่อ และสิ่งหนึ่งที่ถูกนำมายึดหลักเพื่อทำการตรวจสอบ นั่นก็คือ แข้งไก่ หรือ ขาของไก่ รูปทรงของขาไก่แต่ละตัวมักจะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งคนโบราณจะยึดหลักชื่นชอบเฉพาะไก่ที่มีขาทรงกลมเรียวเล็ก มองแล้วดูเอิ่บอิ่มเป็นหลัก ซึ่งลักษณะขาไก่เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นไก่ที่กำลังขาดี ตีเจ็บ และ ตีแม่นอย่างแน่นอน ส่วนไก่ที่มีขาแบนลีบ มักจะเป็นไก่ที่ตีแล้วไม่เจ็บ แถมไม่แม่นอีกด้วย ทำให้ไก่ที่มีขาลักษณะนี้ จะไม่ได้รับความนิยมอย่างแน่นอน สรุปคือ รูปทรงขาไก่ที่คนโบราณให้ความนิยมและนำมาเลี้ยง ก็คือ ขาที่มีลักษณะสวยเป็นลำเทียน , ขาลำหวาย ,ขาไม้คัด และ ขากระบอกเพชร นั่นเอง

2.ดูเกล็ดที่ขาของไก่ ไก่ชนแต่ละตัวย่อมมีเกล็ดที่มีลักษณะดี และ ไม่ดีปะปนกันไปอย่างแน่นอน ส่วนไก่ที่มีเกล็ด 5 ชนิด ซึ่งคนโบราณจะไม่นิยมเลี้ยงเอาไว้ นั่นก็คือ ไก่ที่มีเกล็ดต้องห้าม ดังต่อไปนี้

  • เกล็ดหนีเดิมพัน
  • เกล็ดถอดหัวหนี
  • เกล็ดขี้แพ้
  • เกล็ดอันบอด
  • เกล็ดประตูผี

และนี่ก็คือสองสิ่ง ที่ผู้เลี้ยงไก่ชนคนโบราณ มักจะนิยมคัดเลือกและดูไก่สายพันธุ์ดีจากสองสิ่งนี้เป็นหลัก การซื้อไก่สายพันธุ์ดีมาครอบครอง สำหรับคนโบราณแล้วแทบจะไม่ใช่ประเด็นหลักเสียเท่าไหร่นัก แต่การคัดเลือกรูปทรงของไก่ด้วยสองสิ่งนี้สำคัญกว่า หากไก่ตัวไหนมีรูปทรงไม่ดี ย่อมถูกตัดหางปล่อยวัดอย่างแน่นอน